1. เป็นธรรมดาของโลก ให้คิดว่านี่เป็นธรรมดาของโลก ไม่เคยมีใครสักคนบนโลกนี้ที่รอดพ้นจากคำนินทา เพราะแม้แต่พระพุทธเจ้าของเรา ขนาดท่านเป็นผู้ที่ประเสริฐบริสุทธิ์สูงสุด แต่ท่านก็ยังไม่พ้นถูกคนพาลกล่าวโจมตีว่าร้ายจนได้ แล้วนับประสาอะไรกับเราที่เป็นแค่คนธรรมดาสามัญที่ยังมีทั้งดีและชั่วจะรอดพ้นปากคนนินทาไปได้ คิดอย่างนี้แล้วจะได้สบายใจว่า การถูกนินทานี่เป็นแค่เรื่องธรรมดา เกิดขึ้นมาพร้อมกับโลก (โลกธรรม) และ ยังคงมีอยู่ต่อไปตราบชั่วฟ้าดินสลาย 2. ให้มีจิตใจมั่นคงดุจภูผาถ้าเรามีความบริสุทธิ์ใจ ทำการงานด้วยความตั้งใจปรารถนาดี แต่แล้วก็ยังไม่พ้นถูกคนนินทา กล่าวร้ายว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ขอให้เรามีความมั่นใจในความดีของเรา อุปมาภูผาหินแท่งตันไม่หวั่นไหวในลมพายุฉันใด บัณฑิตผู้มีจิตใจหนักแน่นในความดี ย่อมไม่หวั่นไหวในคำสรรเสริญ และ คำนินทาแม้ฉันนั้น 3. ให้มีจิตเมตตาสงสารผู้นินทาให้คิดด้วยความเมตตากรุณาว่า คนที่นินทาเรานั้น ย่อมกระทำไปด้วยความอิจฉาริษยา เขาจะต้องเผาลนจิตใจของเขาให้ร้อนรุ่มเสียก่อน จึงจะสามารถพูดนินทาว่าร้ายคนอื่นออกมาได้ ให้คิดเมตตาสงสาร แทนที่จะไปโกรธเคืองเขา อนึ่ง คนที่ชอบกล่าววาจาส่อเสียด หรือ ชอบนินทาว่าร้ายผู้อื่น โดยปรกติเขาย่อมเป็นผู้หามิตรสหายที่ใกล้ชิดไม่ค่อยได้ เพราะไม่เคยมีใครไว้วางใจคนที่ชอบนินทาว่าร้ายผู้อื่น ให้คิดเห็นใจเขาในฐานะที่เขาต้องเป็นผู้อยู่ในโลกนี้ด้วยความรู้สึกโดดเดี่ยว เพราะเขาย่อมหาเพื่อนแท้ไม่ได้ 4. คิดหาประโยชน์จากคำนินทาคนที่คิดกล่าวร้ายเรา บางทีเขาต้องไปนั่งคิดนอนคิดหาจุดอ่อนในตัวของเรา เพื่อเอามาพูดโจมตี บางทีจุดอ่อนเหล่านี้ตัวเราเองก็มีอยู่จริงแต่ทว่าเราไม่รู้ตัวมาก่อน นี้เป็นประโยชน์มาก เพราะเราสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนาปรับปรุงตนเองได้ ดังนั้นเราจึงควรที่จะขอบคุณคนนินทาเรา เพราะเขาอุตส่าห์ไปนั่งคิดนอนคิดช่วยค้นหาข้อมูลมาช่วยให้เราปรับปรุงตนเอง 5. คิดวิเคราะห์ให้เห็นปัญหาสังคมสังคมไทยเป็นสังคมที่มีความสัมพันธ์ในแนวดิ่ง คือเน้นเรื่องการใช้อำนาจครอบงำกันและกัน จึงมีการปลูกฝังสอนให้คิดแข่งดีแข่งเด่น คิดเหนือผู้อื่น สอนให้อยากเป็นใหญ่เป็นโต (มานะ) มาตั้งแต่โบราณ (คาดว่าไม่ต่ำกว่าห้าร้อยปี คือตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น) ทำให้คนไทยเรา เวลาเห็นใครทำดี ก็มักจะเกิดความริษยาโดยไม่รู้ตัว คือทนไม่ได้ที่จะเห็นคนอื่นดีกว่าตน สังคมที่มีความสัมพันธ์ในแนวดิ่งเช่นนี้ ผู้คนจึงมักจะชอบนินทาว่าร้ายกันและกันเป็นเรื่องธรรมดาถ้าคิดวิเคราะห์ได้เช่นนี้แล้วก็สบายใจ ไม่ต้องไปเดือดเนื้อร้อนใจอะไรมาก ให้ถือว่าการที่เราถูกนินทานี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ทางสังคมก็แล้วกัน มันเป็นเช่นนั้นเอง ในอนาคตไม่แน่ หากมีการศึกษาเรื่องพุทธธรรมกับสังคมไทยกันอย่างจริงจัง บางทีเราอาจจะสามารถเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางสังคมจาก “แนวดิ่ง” ให้เป็น “แนวราบ” คือ คนไทยมีความเสมอภาคกัน ไม่ถืออำนาจเป็นใหญ่ แต่ถือความถูกต้องดีงามเป็นใหญ่ เมื่อถึงเวลานั้นสังคมที่เต็มไปด้วยการนินทาว่าร้ายก็จะลดน้อยลงไปเองตามธรรมชาติ แล้วภาษิตยอดฮิตที่ว่า “สังคมเสื่อมถอยเพราะคนดีท้อแท้” หรือ “ทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย” จะได้เลิกใช้กันเสียที
Wednesday, October 17, 2007
Saturday, September 22, 2007
เพื่อให้ผู้บริโภคได้นิยมสมัยนี้มนุษย์รู้จักคิดค้นประดิษฐ์สิ่งต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่เรา และเพื่อให้ทันกับยุคสมัยนี้ เป็นยุคที่เร่งรีบและมีการแข่งขันที่สูงมาก ดังนั้นผู้ผลิตจึงค้นหาไอเดียต่างๆมานำเสนอ เลือกใช้ มีมากนับไม่ถ้วน ดั่งเช่นเทคโนโลยีเครื่องนี้ ที่สามารถทำให้ความฝันของมนุษย์ที่อยากจะบินนั้น ไม่ต้องเป็นความฝันอีกต่อไป



Sunday, September 16, 2007
กำเนิดปากกา
กำเนิดปากกา
นอกจากตัวอักษรหรือตัวหนังสือซึ่งมนุษย์ได้คิดประดิษฐ์ขึ้นมาใช้แล้ว " เครื่องมือ " หรือ " อุปกรณ์ " ที่ใช้สำหรับการขีดเขียนก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะกว่าที่เราจะเขียนหนังสือด้วย "ปากกา " หรือ " ดินสอ " ดังเช่นในปัจจุบันนี้ มนุษย์ต้องใช้เวลาในการพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการขีดเขียนเป็นเวลานานหลายพันปี ในยุคอดีตมนุษย์อาจจะใช้นิ้วจุ่มดินหรือหินสี ที่บดเป็นผงผสมกับยางไม้ หรือกาวจากหนังสัตว์ ขีดเขียนบนผนังถ้ำหรือเพิงผา ต่อมาอาจใช้ ดิน หิน ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยการนำมาฝนหรือทำให้เป็นแท่งเพื่อความสะดวกในการขีดเขียน เช่น นำหินชนวนมาทำเป็นดินสอหิน สำหรับเขียนบนกระดานชนวน หรือการทำชอล์กจากผงแคลเซียมซัลเฟต จากเกลือจืด หรือยิปซัมผสมน้ำ แล้วทำให้เป็นแท่งเพื่อสะดวกในการใช้งาน เช่นในปัจจุบันนี้ วิวัฒนาการของการเขียน จากการเขียนบนฝาผนังถ้ำ นำมาสู่การเขียนบนแผ่นไม้หรือแผ่นโลหะ ตลอดถึงการเขียนบนใบไม้ (เขียนหรือจารคัมภีร์โบราณลงบนใบลาน) มาจนถึงการประดิษฐ์กระดาษขึ้นใช้ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ มนุษย์ได้มีการพัฒนาเครื่องมือและกรรมวิธีในการเขียนมาอย่างต่อเนื่อง ชาวอียิปต์โบราณเป็นชาติแรกที่ใช้แปรงเขียนหนังสือบนแผ่นกระดาษที่ทำจากต้นปาปิรุส (papyrus) เป็นการเริ่มต้นวิธีการเขียนด้วยการปล่อยหมึกหรือสีบนแผ่นรองเขียน เช่นเดียวกับการเขียนหนังสือด้วยพู่กันของจีนและญี่ปุ่น ซึ่งอาจเป็นแนวความคิดเบื้องต้นที่พัฒนาไปสู่การประดิษฐ์ปากกา ชาวกรีกโบราณประดิษฐ์ปากกาขึ้นจากต้นกกไส้กลวง โดยการปาดให้มีปากหลายๆแบบ ทำให้เขียนเส้นได้หลายขนาด ปากกานี้ไม่ใช้หมึกแต่ใช้เขียนบนผิวไม้ที่เคลือบขี้ผึ้งไว้ ทำให้เกิดรอยเป็นตัวอักษรบนผิวขี้ผึ้ง "ปากกาแพร่หลายในอังกฤษ" การนำวัสดุผิวเรียบมาเป็นสิ่งรองเขียนก่อให้เกิดการพัฒนา " เครื่องเขียน " ที่มีระสิทธิ ภาพสอดคล้องกับการใช้สอย มนุษย์เริ่มนำขนนกหรือขนห่านมาทำเป็น " ปากกา " เรียกว่า " ปากไก่ " สามารถเขียนได้คมชัดและเขียนติดต่อกันได้นาน ในศตวรรษที่ 5 " ปากไก่ " เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในประเทศอังกฤษ นับเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการเขียนหนังสือของชาวตะวันตก ในขณะที่ชาวตะวันออกยังนิยมใช้พู่กันไม้อยู่ แต่ทั้ง "ปากไก่" และ "พู่กัน" ไม่มีหมึกในตัวเอง ต้องจุ่มหมึกทุกครั้งที่ใช้เขียนทำให้เขียนได้ไม่สะดวก ต่อมาประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 15 มนุษย์เริ่มประดิษฐ์ " ปากกา " ที่มีปากเป็นโลหะและมีรอยผ่าตรงกลางปาก ทำให้เขียนได้นานโดยไม่ต้องจุ่มหมึกทุกครั้งที่เขียน ในประเทศอังกฤษมีการทำปากกาชนิดนี้ขึ้นใช้กันอย่างแพร่หลาย มีการผลิต " ปากกา " ที่ปลายปากทำด้วยวัสดุต่างๆกัน เช่น เขาสัตว์ เปลือกหอย เหล็กและทอง มีการผลิตกันมากขึ้นจนกลายเป็นโรงงานอุตสาหกรรม แข่งขันกันในเรื่องของความสวยงาม พร้อมกับประดิษฐ์กล่องและที่ใส่หมึกควบคู่ไปกับปากกาด้วย แม้ว่าจะได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย แต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถประดิษฐ์ปากกาที่มีหมึกในตัวเองได้ "บิดาแห่งการประดิษฐ์ปากกาหมึกซึม" ปี ค.ศ. 1884 Lewis Edson Waterman ได้ผลิตปากกาที่มีหมึกในตัว เรียกว่า " ปากกาหมึกซึม " (Fountain pen ) ที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงถือว่า Waterman เป็นบิดาแห่งการประดิษฐ์ปากกาหมึกซึม มีการคิดค้นพัฒนาปากกาชนิดนี้ให้มีคุณภาพดีขึ้น สะดวกในการใช้งานและมีรูปทรงสวยงาม ผลิตในระดับอุตสาหกรรมทั้งในอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ สืบต่อมาจนถึงในปัจจุบัน มีนักประดิษฐ์ปากกาที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี อาทิเช่น George Parker, Walter A. Sheaffer เป็นต้น และได้ครอบครองความเป็นจ้าวแห่งเครื่องมือสำหรับการเขียนมาโดยตลอดเป็นเวลานานหลายสิบปี ในปี ค.ศ. 1900 " ปากกาหมึกซึม " ได้พบคู่แข่งใหม่นั่นก็คือ " ปากกาลูกลื่น " ปากกาที่มีลูกกลิ้ง ( Ball ) กลมๆเล็กๆ อยู่ที่ปลายปาก เวลาเขียนลูกกลมๆเล็กๆนี้จะหมุน ( กลิ้ง ) ทำให้หมึกออกมาติดบนกระดาษ ปากกาชนิดนี้เกิดขึ้นมาประมาณ 100 กว่าปีมาแล้ว โดยชาวอเมริกาชื่อ จอห์น เอช. ลาวด์ เป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ขีดเขียนบนพื้นที่หยาบๆ ซึ่งไม่ใช่กระดาษ ปลายปี ค.ศ. 1930 นักหนังสือพิมพ์และศิลปินชาวฮังกาเรียน ชื่อ ไบโร ได้ประดิษฐ์ปากกาลูกลื่นขึ้นมาใหม่ ในขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นบรรณาธิการนิตยสารฉบับหนึ่ง ที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ไบโรได้เกิดแนวความคิดจากหมึกแห้ง ( Quick - drying ink ) ที่ช่างพิมพ์ในโรงพิมพ์นั้นใช้พิมพ์หนังสือ จึงคิดหาวิธีนำหมึกชนิดนี้มาบรรจุลงในปากกา โดยที่หมึกจะไม่ไหลและหยดออกมาจนเปื้อนกระดาษ ในที่สุดก็ประดิษฐ์ปากกาที่ใช้หมึกแห้งขึ้นมาจนเป็นผลสำเร็จ ซึ่งก็คือ " ปากกาลูกลื่น " ( Ball - point pen ) สามารถใช้ขีดเขียนโดยไม่มีหมึกหยดและไหลเปรอะเปื้อนเหมือนปากกาหมึกซึมแบบเก่า เส้นทางของปากกาลูกลื่น ปี ค.ศ. 1938 ไบโรได้ทำการจดทะเบียนสงวนลิขสิทธิ์ แต่ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นมาก่อน เขาจึงได้หนีนาซีไปอยู่ที่ฝรั่งเศส สเปน และเร่ร่อนไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ไปอยู่ที่ประเทศอาร์เจนตินา ต้นปี ค.ศ. 1940 ณ กรุงบัวโนส ไอเรส ไบโรได้รับความช่วยเหลือจากพี่ชายซึ่งเป็นนักเคมีผลิตปากกาลูกลื่นออกจำหน่าย แต่เนื่องจากขาดทุนทรัพย์ เขาจึงขายลิขสิทธิ์สิ่งประดิษฐ์นี้ให้กับราชการทหารของอังกฤษและสหรัฐอเมริกาในราคาไม่กี่เหรียญ ภายหลังลิขสิทธิ์ได้ถูกขายต่อให้กับบริษัท BIC ( ของฝรั่งเศส ) ทำการผลิตปากกาลูกลื่นยี่ห้อ BIC ออกจำหน่ายไปทั่วโลก ในระหว่างปี ค.ศ. 1950 - 1980 สามารถจำหน่ายได้กว่า 10 ล้านด้าม / วัน ในขณะเดียวกับที่ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ที่แท้จริงกลับไม่ประสบกับความสำเร็จในชีวิต สิ่งที่คงเหลืออยู่ก็คือความภูมิใจในสิ่งประดิษฐ์ที่คนทั่วโลกรู้จักและใช้ประโยชน์มาตราบเท่าทุกวันนี้
Saturday, August 11, 2007
คนแรกของโลก
ผู้ที่เชื่อว่าโลกกลม และเป็นผู้ค้นพบอเมริกาคนแรกเป็นชาวอะไร ค้นพบโดยวิธีใด (ชาวอิตาลี ชื่อ โคลัมบัส เป็นนักเดินเรือ พบอเมริกาโดยเดินเรือชื่อ ซานตามาเรีย)
ผู้ที่เดินเรือรอบโลกสำเร็จเป็นคนแรก (เฟอร์ดินันท์ แมคเจลแลนด์ ชาวโปรตุเกส)
ผู้ค้นพบหมู่เกาะฟิลิปปินส์เป็นคนแรก (เฟอร์ดินันท์ แมคเจลแลนด์)
ผู้ค้นพบเกาะฮาวายเป็นคนแรก (กัปตันคุก นักเดินเรือชาวอังกฤษ)
นักท่องเที่ยวชาวเวนิชคนแรกที่เดินทางไปประเทศจีน สมัยพระเจ้ากุบไลข่าน คือ (มาร์โคโปโล)
นักเดินเรือคนแรกที่เดินทางไปถึงทวีปอเมริกา (อเมริโกเวสปุสชี)
ผู้ที่สามารถเดินทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮปไปถึงอินเดียสำเร็จเป็นคนแรก (วาสโกดา กามา นักเดินเรือชาวฝรั่งเศส)
ผู้ที่สามารถเดินทางไปถึงเกาะออสเตรเลียเป็นคนแรก (จันสซ์ นักสำรวจชาวฮอลันดา)
ผู้ที่พบมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นคนแรก (บัลบัว นักสำรวจชาวสเปน)
ผู้ที่พบเม็กซิโกเป็นคนแรก (เฮอร์แมน โคเคอเตส ชาวสเปน)
ผู้ที่พบฟลอริดาเป็นคยแรก (ลีออน ชาวฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2064)
ผู้ที่พบคองโกเป็นคนแรก (เฮนลีย์ แสตนเล่ย์ ชาวอังกฤษ)
ผู้ที่พบอียิปต์เป็นคนแรก (เจมส์ บรู๊ค ชาวอังกฤษ)
ผู้ที่ค้นพบขั้วโลกเหนือของแม่เหล็กอยู่ทางตอนเหนือของแคนนาดา (เจมส์ คล้าก รอสส์ ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2374)
ผู้ที่ค้นพบขั้วโลกใต้ของแม่เหล็กอยู่ทางตอนใต้ของ South Victoria (ดักลาส มอสัน ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2452)
ผู้ที่สำรวจขั้วโลกใต้สำเร็จเป็นคนแรก (โรลด์ อิมุนเสน ชาวนอรเวย์)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเป็นคนแรก (ไมเคิล ฟาราเดย์ ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2374)
ผู้ประดิษฐ์รถแทร็กเตอร์เป็นคนแรก (เบนจามิน ฮอลด์ ชาวอเมริกา ในปี พ.ศ.2443)
ผู้ประดิษฐ์แบตเตอรี่เป็นคนแรก (อเล็กซานโดร โวลตา ชาวอิตาลี ในปี พ.ศ.2342)
ผู้ประดิษฐ์สไลด์รูลเป็นคนแรก (ออเทรด ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2163)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำเป็นคนแรก (เจมส์ วัตต์ ชาวสก็อต ในปี พ.ศ.2312)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องยนต์ไฟฟ้าเป็นคนแรก (ออตโต ฟอน กูริค ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2180)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องกิโยตินเป็นคนแรก (อังตวนหลุย ชาวฝรั่งเศส ในปี พ.ศ. 2335)
ผู้ประดิษฐ์ตะเกียงเจ้าพายุเป็นคนแรก (เชอร์ ฮัมฟรี เดวีย์ ชาวอังกฤษ)
ผู้ที่ใช้ปรอททำเทอร์โมมิเตอร์เป็นคนแรก (กาเบรียล ดาเนียล ฟาเรนไฮต์ ชาวเยอรมัน)
ผู้ประดิษฐ์กล้องโทรทัศน์เป็นคนแรก (กาลิเลโอ ชาวอิตาลี)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องยนต์ใช้น้ำมันแก๊สโซลีนเป็นคนแรก (เดมเลอร์)
ผู้ประดิษฐ์ไฟฟ้า เครื่องบันทึกเสียง จานเสียง เป็นคนแรก (โทมัส อัลวา เอดิสัน ชาวอเมริกา)
ผู้ประดิษฐ์กลจักรรถไฟเป็นคนแรก (ยอร์จ สตีเฟนสัน ชาวอังกฤษ)
ผู้ประดิษฐ์ลูกบอลลูนเป็นคนแรก (โยเซฟ และเอเตียน มองต์โกลฟิเอร์ ชาวฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2326)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องบินไอพ่นเป็นคนแรก (แฟรงค์ วิตเติล ชาวอังกฤษในปี พ.ศ.2480)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องบินเป็นคนแรก (สองพี่น้องตระกูลไรท์ คือ วิลเบอร์ ไรท์ และออร์วิล ไรท์ ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2446)
ผู้ประดิษฐ์เฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบินสี่เครื่องยนต์เป็นคนแรก (อิกอร์ อิวาน โนวิซซี คอร์สกี้ ชาวรัสเซีย ในปี พ.ศ.2482)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องกลไฟเป็รคนแรก (โรเบิร์ต ฟุลสตัน ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2350)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องส่งโทรเลขเป็นคนแรก ( แซมมวล มอร์ส ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2387)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องโทรศัพท์เป็นคนแรก (อเล็กซานเดอร์ เกรแฮมเบลล์ ชาวสก๊อต ในปี พ.ศ.2418)
ผู้ประดิษฐ์วิทยุเป็นคนแรก (มาร์โคนี ชาวอิตาลี ในปี พ.ศ.2422)
ผู้พบไฟฟ้าในอากาศ และประดิษฐ์สายล่อฟ้า เป็นคนแรก (เบนจามิน แฟรงคลิน ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2295)
ผู้ประดิษฐ์นาฬิกาเดินเรือเป็นคนแรก (ทอร์รา เชลลี ชาวอิตาลี ในปี พ.ศ.2151-2190)
ผู้ประดิษฐ์เข็มทิศเป็นคนแรก (จอห์น แฮริสัน ชาวอังกฤษ)
ผู้ประดิษฐ์แท่นพิมพ์สำเร็จเป็นคนแรก (วิลเลียม แคกซ์ตัน ชาวอังกฤษ)
ผู้ประดิษฐ์บารอมิเตอร์เป็นคนแรก (วิลเลียม ทอมสันเคลวิน ชาวอังกฤษ)
ผู้ประดิษฐ์เลนส์พิเศษสำหรับภาพยนตร์จอกว้างแบบซิเนมาสโคปคือ (อังรี เครเตียน ชาวฝรั่งเศส)
ผู้ประดิษฐ์กล้องและฟิล์มถ่ายรูปสำเร็จเป็นคนแรก (โทมัส เวดจ์วู๊ด ชาวอังกฤษ)
ชาติใดประดิษฐ์ตัวอักษรเป็นชาติแรกของโลก (อียิปต์)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องวัดเวอร์เนียร์คือ (ปีแอร์ เวอร์เนียร์ นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส)
ผู้ประดิษฐ์ตะเกียงบุนเสนคือ (โรเบิร์ต วิลเฮล์ม บุนเสน ชาวเยอรมัน)
ผู้ประดิษฐ์นาฬิกาแดดเป็นคนแรก (อแน็ค ซิเมเดอร์ นักปรัชญาชาวกรีก)
ผู้ประดิษฐ์ฝนเทียมสำเร็จเป็นคนแรก (เออร์วิง แลงมัว ชาวอเมริกัน)
ผู้ประดิษฐ์กล้องโกดักเป็นคนแรก (ยอร์จ อีสต์แมน ชาวอเมริกา)
ผู้ให้กำเนิดการวัดด้วยหลาคือ (พระเจ้าเฮนรี่ที่ 1 แห่งอังกฤษ)
ผู้ให้กำเนิดการวัดด้วยฟุตคือ (พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส)
ผู้ประดิษฐ์ปากกาสำหรับเขียนหนังสือคือ (แฮริสัน ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2323)
ผู้ประดิษฐ์นาฬิกาไขลานคือ (เฮอร์ลิบ ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2020)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ดีดคือ (คูเตนเบิร์ก ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2000)
ผู้ประดิษฐ์เรือเหาะเป็นคนแรก (กิฟฟาร์ด ชาวฝรั่งเศส)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องดับเพลิงเป็นคนแรก (โจเซฟ บรามาส์ ชาวอังกฤษ)
ผู้ประดิษฐ์เหล็กกล้าจากเหล็กหล่อเป็นคนแรก (เฮนรี่ เบสเซมเบอร์ ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2399)
ผู้ประดิษฐ์เตารีดไฟฟ้าเป็นคนแรก (โรเบิร์ต แฮร์ ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2324)
ผู้ประดิษฐ์กระติกน้ำร้อน และกระติกน้ำแข็งเป็นคนแรก (เดวาร์ ชาวสก็อต)
ผู้ที่รู้จักคานงัด คานดีด เขากล่าวว่า "ถ้าข้าพเจ้าสามารถออกไปยืนนอกโลกได้ เขาสามารถใช้คานงัดโลก เขาสามารถใช้คานงัดโลกให้ กระเด็นได้" คือ (อาร์คี เมดิส)
ผู้ประดิษฐ์ชวเลขแบบเกร๊กก์เป็นคนแรก (จอห์น โรเบิร์ต เกร๊กก์ ชาวอังกฤษ)
ผู้ที่พบกฎของความต้านทานไฟฟ้า วึ่งตั้งชื่อว่ากฎของโอห์มคือ (ยอร์จ ซิมมอล โอห์ม นักฟิสิกส์ ชาวเยอรมัน)
ผู้ที่พบว่าราที่ชื่อว่าเพ็นนิซิเลียม สามารถนำมาทำเป็นยาเพนนิซิลิน สำหรับแก้หนองได้ (อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิ่ง)
ผู้ที่พบวิธีป้องกันและรักษาโรคอหิวาตกโรคไข้เหลืองกามโรค โรคกลัวน้ำและการฉ๊ดวัคซีนเป็นคนแรก (หลุยส์ ปาสเตอร์ ชาวฝรั่งเศส)
ผู้ที่พิสูจน์ว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งในการฆ่าเชื้อโรคก่อนทำการผ่าตัด (โยเซฟ ลิสเตอร์ ชาวอังกฤษ)
ผู้ที่พบวงจรโลหิตเป็นคนแรกในโลก (วิลเลียม ฮาร์วี นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ)
ผู้ที่พบกฎการดึงดูดของโลก (เซอร์ ไอ แซคนิวตัน)
หน่วยวัดกระแสไฟฟ้า ตั้งตามชื่อของ (อังเดรมารีแอมแปร์ ชาวฝรั่งเศส)
นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่เชื้อชาติเยอรมัน ผู้ตั้งทฤษฎีสัมพันธภาพคือ (อัลเบิร์ต ไอน์สไตลน์)
ผู้คิดวิชาเรขาคณิตขึ้นเป็นชาติแรก (ยุคลิด นักคำนวณ ชาวกรีก)
ผู้ได้ชื่อว่า เป็นผู้ริเริ่มการพยาบาลแผนใหม่คือ (ฟลอเรนซ์ ไนติงเกิล สตรีชาวอังกฤษ)
ผู้คิดและประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ยางเป็นคนแรกคือ (ชาร์ลส์ กู๊ดเยียร์ ชาวอเมริกัน)
ผู้ประดิษฐ์จรวดเป็นคนแรก (ดร. โรเบิร์ต ฮัทชิงส์ นักฟิสิกส์ชาวอเมริกัน)
ผู้ที่ค้นพบกระแสแม่เหล็กไฟฟ้าคนแรกของโลก (ไฮน์ริช เฮอร์ท นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน)
ผู้ที่ค้นพบแสงเอ๊กซเรย์เป็นคนแรก (วิลเฮล์ม เรินก์เก็น ชาวเยอรมัน)
ผู้ที่ค้นพบวิธีปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษเป็นคนแรก (เอดเวิร์ด เจนเนอร์ ชาวอังกฤษ)
ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น บิดาของทฤษฎีปรมาณูคือ (เดวิด บอห์ นักวิทยาศาสตร์ชาวเดนมาร์ก)
ผู้ประดิษฐ์ภาพยนตร์เป็นคนแรก (วิลเลี่ยม ฟรีสกรีน ชาวอเมริกัน)
ผู้ให้กำเนิดวิชาทำแผนที่เป็นคนแรกคือ (อแน็ค ซิมิเตอร์ นักปรัชญาชาวกรีก)
ผู้ให้กำเนิดวิชาเรขาคณิตเป็นคนแรกของโลก (ปีทากอรัส ชาวกรีก)
ผู้ประดิษฐ์ยางดันล็อป (ดันล็อป ชาวอังกฤษ)
ผู้ค้นพบออกซิเจนเป็นคนแรก (โจเซฟ เพรสเล่ย์ ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2317)
ผู้ค้นพบไนโตรเจนเป็นคนแรก (ดาเนียล รัทเธอร์ฟอร์ด ชาวสก๊อต ในปี พ.ศ.2315)
ผู้ค้นพบฮีเลียมเป็นคนแรก (เชอร์วิลเลี่ยม แรมเชย์ ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2438)
ผู้ค้นพบโซเดียมเป็นคนแรก (ดูฮัมเมล เดอมอลซิน ชาวฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2309)
ผู้ค้นพบธาตุเรเดียมเป็นคนแรก (ปีแอร์ และมาดามคูรี ชาวโปแลนด์ ในปี พ.ศ.2441)
ผู้ค้นพบโปตัสเซียมเป็นคนแรก (เซอร์ฮัมฟรีเดวีย์ ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2350)
ผู้ค้นพบธาตุแคลเซียมเป็นคนแรก (เซอร์ฮัมฟรีเดวีย์ ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2351)
ผู้ค้นพบธาตุแบเรียมเป็นคนแรก (เซอร์ฮัมฟรีเดวีย์ ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2351)
ผู้ค้นพบแมงกานีสเป็นคนแรก (โยฮันน์ กัม ชาวสวีเดน ในปี พ.ศ.2317)
ผู้ค้นพบนิเกิลเป็นคนแรก (เซอร์ วิลเลี่ยม ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2441)
ผู้ค้นพบธาตุยูเรเนียมเป็นคนแรก (มาร์ติน แครมพร็อธ ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2332)
ผู้ค้นพบธาตุอาร์กอนเป็นคนแรก (ลอร์ดราเลย์ และเซอร์วิลเลี่ยม แลมเชย์ ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2437)
ผู้ค้นพบคลอรีนเป็นคนแรก (คาร์ลสคีล ชาวสวีเดน ในปี พ.ศ.2317)
ผู้ค้นพบไฮโดรเจนเป็นคนแรก (เฮนรี คาเวนดีช ชาวอังกฤษ ในปีพ.ศ.2309)
ผู้ค้นพบแมกนีเซียมเป็นคนแรก (โจเซฟ แบล็ค ชาวสก๊อต ในปี พ.ศ. 2298)
ผู้ที่ไต่ถึงยอดเขาเอเวอร์เรสต์สำเร็จเป็นคนแรก (พ.อ.จอห์นฮันต์ นักสำรวจชาวอังกฤษ)
ผู้ที่ได้รับสมญานามว่า "ราชาหนังสือพิมพ์" เป็นคนแรก (ลอร์ด นอธคลิฟ ชาวอังกฤษ)
ผู้ให้กำเนิดกีฬาโอลิมปิคคือ (บารอน ปีแอร์ เดอคู แปร์แดง จัดครั้งแรกที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีก)
ผู้ที่ให้กำเนิดไปรษณีย์เป็นคนแรก (พระเจ้าไซรัสมหาราช แห่งเปอร์เซีย)
ผู้ที่ได้รับยกย่องว่าเป็นราชาการ์ตูน (วอลเทอร์ ดิสนีย์ ชาวอเมริกัน)
สตรีคนแรกที่ได้รับเลือกเป็นประธานสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (นางวิชัยลักษณมี บัณฑิตแห่งอินเดีย)
ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิดดาราศาสตร์สมัยใหม่คือ (กาลิเลโอ ชาวอิตาลี)
วีรสตรีชาวฝรั่งเศสผู้นำทัพรบชนะทหารอังกฤษ ที่ล้อมเมืองออร์ลีน จนได้รับสมญานามว่าเป็นแม่มดแห่งออร์ลีนคือ (โจน ออฟ อาร์ค)
ผู้ริเริ่มการลูกเสือเป็นคนแรกคือ (ลอร์ด เบเดนเพาเวลล์ ชาวอังกฤษ)
ผู้อำนวยการขุดคลองสุเอชจนสำเร็จคือ (เฟอร์ดินันน์ เดอเลสเซฟ วิศวกร ชาวฝรั่เศส)
วิศวกรขุดคลองปานามาจนสำเร็จคือ (โกเธลล์ วิศวกรชาวอเมริกัน)
ผู้ที่ค้นพบส่วนประกอบของอากาศและการเผาไหม้เป็นคนแรกคือ (ลาวัวซิเอย์ เบรลล์ ชาวฝรั่งเศส)
ผู้ปรับปรุงและคิดวิธีอ่านเขียนหนังสือของคนตาบอดคือ (หลุยส์ เบรลล์ ชาวฝรั่งเศส)
ผู้ที่ได้ชื่อว่าราชาไข่มุกของโลกคือ (มิกิโตโกะ ชาวญี่ปุ่น)
ผู้ที่จัดตั้งรางวัลโนเบลคือ (อัลเฟรดเบอนาร์ด โนเบล นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดน)
โปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก คือ (เลดี้ อะดา หลักจากที่ เข้าใจถึงหลักการทำงาน ของเครื่อง Analytical Engine จึงได้เขียนภาษา Ada ซึ่งเป็นภาษาที่เก่าแก่ที่สุด มาจากชื่อของเธอเอง)
ผู้ที่เดินเรือรอบโลกสำเร็จเป็นคนแรก (เฟอร์ดินันท์ แมคเจลแลนด์ ชาวโปรตุเกส)
ผู้ค้นพบหมู่เกาะฟิลิปปินส์เป็นคนแรก (เฟอร์ดินันท์ แมคเจลแลนด์)
ผู้ค้นพบเกาะฮาวายเป็นคนแรก (กัปตันคุก นักเดินเรือชาวอังกฤษ)
นักท่องเที่ยวชาวเวนิชคนแรกที่เดินทางไปประเทศจีน สมัยพระเจ้ากุบไลข่าน คือ (มาร์โคโปโล)
นักเดินเรือคนแรกที่เดินทางไปถึงทวีปอเมริกา (อเมริโกเวสปุสชี)
ผู้ที่สามารถเดินทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮปไปถึงอินเดียสำเร็จเป็นคนแรก (วาสโกดา กามา นักเดินเรือชาวฝรั่งเศส)
ผู้ที่สามารถเดินทางไปถึงเกาะออสเตรเลียเป็นคนแรก (จันสซ์ นักสำรวจชาวฮอลันดา)
ผู้ที่พบมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นคนแรก (บัลบัว นักสำรวจชาวสเปน)
ผู้ที่พบเม็กซิโกเป็นคนแรก (เฮอร์แมน โคเคอเตส ชาวสเปน)
ผู้ที่พบฟลอริดาเป็นคยแรก (ลีออน ชาวฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2064)
ผู้ที่พบคองโกเป็นคนแรก (เฮนลีย์ แสตนเล่ย์ ชาวอังกฤษ)
ผู้ที่พบอียิปต์เป็นคนแรก (เจมส์ บรู๊ค ชาวอังกฤษ)
ผู้ที่ค้นพบขั้วโลกเหนือของแม่เหล็กอยู่ทางตอนเหนือของแคนนาดา (เจมส์ คล้าก รอสส์ ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2374)
ผู้ที่ค้นพบขั้วโลกใต้ของแม่เหล็กอยู่ทางตอนใต้ของ South Victoria (ดักลาส มอสัน ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2452)
ผู้ที่สำรวจขั้วโลกใต้สำเร็จเป็นคนแรก (โรลด์ อิมุนเสน ชาวนอรเวย์)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเป็นคนแรก (ไมเคิล ฟาราเดย์ ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2374)
ผู้ประดิษฐ์รถแทร็กเตอร์เป็นคนแรก (เบนจามิน ฮอลด์ ชาวอเมริกา ในปี พ.ศ.2443)
ผู้ประดิษฐ์แบตเตอรี่เป็นคนแรก (อเล็กซานโดร โวลตา ชาวอิตาลี ในปี พ.ศ.2342)
ผู้ประดิษฐ์สไลด์รูลเป็นคนแรก (ออเทรด ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2163)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำเป็นคนแรก (เจมส์ วัตต์ ชาวสก็อต ในปี พ.ศ.2312)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องยนต์ไฟฟ้าเป็นคนแรก (ออตโต ฟอน กูริค ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2180)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องกิโยตินเป็นคนแรก (อังตวนหลุย ชาวฝรั่งเศส ในปี พ.ศ. 2335)
ผู้ประดิษฐ์ตะเกียงเจ้าพายุเป็นคนแรก (เชอร์ ฮัมฟรี เดวีย์ ชาวอังกฤษ)
ผู้ที่ใช้ปรอททำเทอร์โมมิเตอร์เป็นคนแรก (กาเบรียล ดาเนียล ฟาเรนไฮต์ ชาวเยอรมัน)
ผู้ประดิษฐ์กล้องโทรทัศน์เป็นคนแรก (กาลิเลโอ ชาวอิตาลี)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องยนต์ใช้น้ำมันแก๊สโซลีนเป็นคนแรก (เดมเลอร์)
ผู้ประดิษฐ์ไฟฟ้า เครื่องบันทึกเสียง จานเสียง เป็นคนแรก (โทมัส อัลวา เอดิสัน ชาวอเมริกา)
ผู้ประดิษฐ์กลจักรรถไฟเป็นคนแรก (ยอร์จ สตีเฟนสัน ชาวอังกฤษ)
ผู้ประดิษฐ์ลูกบอลลูนเป็นคนแรก (โยเซฟ และเอเตียน มองต์โกลฟิเอร์ ชาวฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2326)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องบินไอพ่นเป็นคนแรก (แฟรงค์ วิตเติล ชาวอังกฤษในปี พ.ศ.2480)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องบินเป็นคนแรก (สองพี่น้องตระกูลไรท์ คือ วิลเบอร์ ไรท์ และออร์วิล ไรท์ ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2446)
ผู้ประดิษฐ์เฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบินสี่เครื่องยนต์เป็นคนแรก (อิกอร์ อิวาน โนวิซซี คอร์สกี้ ชาวรัสเซีย ในปี พ.ศ.2482)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องกลไฟเป็รคนแรก (โรเบิร์ต ฟุลสตัน ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2350)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องส่งโทรเลขเป็นคนแรก ( แซมมวล มอร์ส ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2387)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องโทรศัพท์เป็นคนแรก (อเล็กซานเดอร์ เกรแฮมเบลล์ ชาวสก๊อต ในปี พ.ศ.2418)
ผู้ประดิษฐ์วิทยุเป็นคนแรก (มาร์โคนี ชาวอิตาลี ในปี พ.ศ.2422)
ผู้พบไฟฟ้าในอากาศ และประดิษฐ์สายล่อฟ้า เป็นคนแรก (เบนจามิน แฟรงคลิน ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2295)
ผู้ประดิษฐ์นาฬิกาเดินเรือเป็นคนแรก (ทอร์รา เชลลี ชาวอิตาลี ในปี พ.ศ.2151-2190)
ผู้ประดิษฐ์เข็มทิศเป็นคนแรก (จอห์น แฮริสัน ชาวอังกฤษ)
ผู้ประดิษฐ์แท่นพิมพ์สำเร็จเป็นคนแรก (วิลเลียม แคกซ์ตัน ชาวอังกฤษ)
ผู้ประดิษฐ์บารอมิเตอร์เป็นคนแรก (วิลเลียม ทอมสันเคลวิน ชาวอังกฤษ)
ผู้ประดิษฐ์เลนส์พิเศษสำหรับภาพยนตร์จอกว้างแบบซิเนมาสโคปคือ (อังรี เครเตียน ชาวฝรั่งเศส)
ผู้ประดิษฐ์กล้องและฟิล์มถ่ายรูปสำเร็จเป็นคนแรก (โทมัส เวดจ์วู๊ด ชาวอังกฤษ)
ชาติใดประดิษฐ์ตัวอักษรเป็นชาติแรกของโลก (อียิปต์)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องวัดเวอร์เนียร์คือ (ปีแอร์ เวอร์เนียร์ นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส)
ผู้ประดิษฐ์ตะเกียงบุนเสนคือ (โรเบิร์ต วิลเฮล์ม บุนเสน ชาวเยอรมัน)
ผู้ประดิษฐ์นาฬิกาแดดเป็นคนแรก (อแน็ค ซิเมเดอร์ นักปรัชญาชาวกรีก)
ผู้ประดิษฐ์ฝนเทียมสำเร็จเป็นคนแรก (เออร์วิง แลงมัว ชาวอเมริกัน)
ผู้ประดิษฐ์กล้องโกดักเป็นคนแรก (ยอร์จ อีสต์แมน ชาวอเมริกา)
ผู้ให้กำเนิดการวัดด้วยหลาคือ (พระเจ้าเฮนรี่ที่ 1 แห่งอังกฤษ)
ผู้ให้กำเนิดการวัดด้วยฟุตคือ (พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส)
ผู้ประดิษฐ์ปากกาสำหรับเขียนหนังสือคือ (แฮริสัน ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2323)
ผู้ประดิษฐ์นาฬิกาไขลานคือ (เฮอร์ลิบ ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2020)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ดีดคือ (คูเตนเบิร์ก ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2000)
ผู้ประดิษฐ์เรือเหาะเป็นคนแรก (กิฟฟาร์ด ชาวฝรั่งเศส)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องดับเพลิงเป็นคนแรก (โจเซฟ บรามาส์ ชาวอังกฤษ)
ผู้ประดิษฐ์เหล็กกล้าจากเหล็กหล่อเป็นคนแรก (เฮนรี่ เบสเซมเบอร์ ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2399)
ผู้ประดิษฐ์เตารีดไฟฟ้าเป็นคนแรก (โรเบิร์ต แฮร์ ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2324)
ผู้ประดิษฐ์กระติกน้ำร้อน และกระติกน้ำแข็งเป็นคนแรก (เดวาร์ ชาวสก็อต)
ผู้ที่รู้จักคานงัด คานดีด เขากล่าวว่า "ถ้าข้าพเจ้าสามารถออกไปยืนนอกโลกได้ เขาสามารถใช้คานงัดโลก เขาสามารถใช้คานงัดโลกให้ กระเด็นได้" คือ (อาร์คี เมดิส)
ผู้ประดิษฐ์ชวเลขแบบเกร๊กก์เป็นคนแรก (จอห์น โรเบิร์ต เกร๊กก์ ชาวอังกฤษ)
ผู้ที่พบกฎของความต้านทานไฟฟ้า วึ่งตั้งชื่อว่ากฎของโอห์มคือ (ยอร์จ ซิมมอล โอห์ม นักฟิสิกส์ ชาวเยอรมัน)
ผู้ที่พบว่าราที่ชื่อว่าเพ็นนิซิเลียม สามารถนำมาทำเป็นยาเพนนิซิลิน สำหรับแก้หนองได้ (อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิ่ง)
ผู้ที่พบวิธีป้องกันและรักษาโรคอหิวาตกโรคไข้เหลืองกามโรค โรคกลัวน้ำและการฉ๊ดวัคซีนเป็นคนแรก (หลุยส์ ปาสเตอร์ ชาวฝรั่งเศส)
ผู้ที่พิสูจน์ว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งในการฆ่าเชื้อโรคก่อนทำการผ่าตัด (โยเซฟ ลิสเตอร์ ชาวอังกฤษ)
ผู้ที่พบวงจรโลหิตเป็นคนแรกในโลก (วิลเลียม ฮาร์วี นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ)
ผู้ที่พบกฎการดึงดูดของโลก (เซอร์ ไอ แซคนิวตัน)
หน่วยวัดกระแสไฟฟ้า ตั้งตามชื่อของ (อังเดรมารีแอมแปร์ ชาวฝรั่งเศส)
นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่เชื้อชาติเยอรมัน ผู้ตั้งทฤษฎีสัมพันธภาพคือ (อัลเบิร์ต ไอน์สไตลน์)
ผู้คิดวิชาเรขาคณิตขึ้นเป็นชาติแรก (ยุคลิด นักคำนวณ ชาวกรีก)
ผู้ได้ชื่อว่า เป็นผู้ริเริ่มการพยาบาลแผนใหม่คือ (ฟลอเรนซ์ ไนติงเกิล สตรีชาวอังกฤษ)
ผู้คิดและประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ยางเป็นคนแรกคือ (ชาร์ลส์ กู๊ดเยียร์ ชาวอเมริกัน)
ผู้ประดิษฐ์จรวดเป็นคนแรก (ดร. โรเบิร์ต ฮัทชิงส์ นักฟิสิกส์ชาวอเมริกัน)
ผู้ที่ค้นพบกระแสแม่เหล็กไฟฟ้าคนแรกของโลก (ไฮน์ริช เฮอร์ท นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน)
ผู้ที่ค้นพบแสงเอ๊กซเรย์เป็นคนแรก (วิลเฮล์ม เรินก์เก็น ชาวเยอรมัน)
ผู้ที่ค้นพบวิธีปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษเป็นคนแรก (เอดเวิร์ด เจนเนอร์ ชาวอังกฤษ)
ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น บิดาของทฤษฎีปรมาณูคือ (เดวิด บอห์ นักวิทยาศาสตร์ชาวเดนมาร์ก)
ผู้ประดิษฐ์ภาพยนตร์เป็นคนแรก (วิลเลี่ยม ฟรีสกรีน ชาวอเมริกัน)
ผู้ให้กำเนิดวิชาทำแผนที่เป็นคนแรกคือ (อแน็ค ซิมิเตอร์ นักปรัชญาชาวกรีก)
ผู้ให้กำเนิดวิชาเรขาคณิตเป็นคนแรกของโลก (ปีทากอรัส ชาวกรีก)
ผู้ประดิษฐ์ยางดันล็อป (ดันล็อป ชาวอังกฤษ)
ผู้ค้นพบออกซิเจนเป็นคนแรก (โจเซฟ เพรสเล่ย์ ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2317)
ผู้ค้นพบไนโตรเจนเป็นคนแรก (ดาเนียล รัทเธอร์ฟอร์ด ชาวสก๊อต ในปี พ.ศ.2315)
ผู้ค้นพบฮีเลียมเป็นคนแรก (เชอร์วิลเลี่ยม แรมเชย์ ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2438)
ผู้ค้นพบโซเดียมเป็นคนแรก (ดูฮัมเมล เดอมอลซิน ชาวฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2309)
ผู้ค้นพบธาตุเรเดียมเป็นคนแรก (ปีแอร์ และมาดามคูรี ชาวโปแลนด์ ในปี พ.ศ.2441)
ผู้ค้นพบโปตัสเซียมเป็นคนแรก (เซอร์ฮัมฟรีเดวีย์ ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2350)
ผู้ค้นพบธาตุแคลเซียมเป็นคนแรก (เซอร์ฮัมฟรีเดวีย์ ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2351)
ผู้ค้นพบธาตุแบเรียมเป็นคนแรก (เซอร์ฮัมฟรีเดวีย์ ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2351)
ผู้ค้นพบแมงกานีสเป็นคนแรก (โยฮันน์ กัม ชาวสวีเดน ในปี พ.ศ.2317)
ผู้ค้นพบนิเกิลเป็นคนแรก (เซอร์ วิลเลี่ยม ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2441)
ผู้ค้นพบธาตุยูเรเนียมเป็นคนแรก (มาร์ติน แครมพร็อธ ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2332)
ผู้ค้นพบธาตุอาร์กอนเป็นคนแรก (ลอร์ดราเลย์ และเซอร์วิลเลี่ยม แลมเชย์ ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2437)
ผู้ค้นพบคลอรีนเป็นคนแรก (คาร์ลสคีล ชาวสวีเดน ในปี พ.ศ.2317)
ผู้ค้นพบไฮโดรเจนเป็นคนแรก (เฮนรี คาเวนดีช ชาวอังกฤษ ในปีพ.ศ.2309)
ผู้ค้นพบแมกนีเซียมเป็นคนแรก (โจเซฟ แบล็ค ชาวสก๊อต ในปี พ.ศ. 2298)
ผู้ที่ไต่ถึงยอดเขาเอเวอร์เรสต์สำเร็จเป็นคนแรก (พ.อ.จอห์นฮันต์ นักสำรวจชาวอังกฤษ)
ผู้ที่ได้รับสมญานามว่า "ราชาหนังสือพิมพ์" เป็นคนแรก (ลอร์ด นอธคลิฟ ชาวอังกฤษ)
ผู้ให้กำเนิดกีฬาโอลิมปิคคือ (บารอน ปีแอร์ เดอคู แปร์แดง จัดครั้งแรกที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีก)
ผู้ที่ให้กำเนิดไปรษณีย์เป็นคนแรก (พระเจ้าไซรัสมหาราช แห่งเปอร์เซีย)
ผู้ที่ได้รับยกย่องว่าเป็นราชาการ์ตูน (วอลเทอร์ ดิสนีย์ ชาวอเมริกัน)
สตรีคนแรกที่ได้รับเลือกเป็นประธานสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (นางวิชัยลักษณมี บัณฑิตแห่งอินเดีย)
ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิดดาราศาสตร์สมัยใหม่คือ (กาลิเลโอ ชาวอิตาลี)
วีรสตรีชาวฝรั่งเศสผู้นำทัพรบชนะทหารอังกฤษ ที่ล้อมเมืองออร์ลีน จนได้รับสมญานามว่าเป็นแม่มดแห่งออร์ลีนคือ (โจน ออฟ อาร์ค)
ผู้ริเริ่มการลูกเสือเป็นคนแรกคือ (ลอร์ด เบเดนเพาเวลล์ ชาวอังกฤษ)
ผู้อำนวยการขุดคลองสุเอชจนสำเร็จคือ (เฟอร์ดินันน์ เดอเลสเซฟ วิศวกร ชาวฝรั่เศส)
วิศวกรขุดคลองปานามาจนสำเร็จคือ (โกเธลล์ วิศวกรชาวอเมริกัน)
ผู้ที่ค้นพบส่วนประกอบของอากาศและการเผาไหม้เป็นคนแรกคือ (ลาวัวซิเอย์ เบรลล์ ชาวฝรั่งเศส)
ผู้ปรับปรุงและคิดวิธีอ่านเขียนหนังสือของคนตาบอดคือ (หลุยส์ เบรลล์ ชาวฝรั่งเศส)
ผู้ที่ได้ชื่อว่าราชาไข่มุกของโลกคือ (มิกิโตโกะ ชาวญี่ปุ่น)
ผู้ที่จัดตั้งรางวัลโนเบลคือ (อัลเฟรดเบอนาร์ด โนเบล นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดน)
โปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก คือ (เลดี้ อะดา
มันมากับปลาดิบ

ปลาดิบมี 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ ปลาดิบน้ำจืด และปลาดิบน้ำเค็ม (ปลาดิบทะเล) ซึ่งปลาดิบทั้ง 2 ชนิดมีเชื้อโรคที่แอบแฝงมาแตกต่างกัน ปลาดิบน้ำจืด อาจพบพยาธิ บางชนิดแอบแฝงมา เช่น พยาธิตัวจี๊ด พยาธิใบไม้ตับ พยาธิใบไม้ลำไส้ ฯลฯ
คนส่วนมากมักคิดว่า ปลาน้ำเค็มนั้นไม่มีพยาธิ แต่ในความจริงในปลาน้ำเค็มนั้นอาจพบตัวอ่อนของพยาธิอะนิซาคิส (Anisakis simplex) ได้ แต่โชคดีที่การพบพยาธิในปลาน้ำเค็มนั้น พบน้อยกว่าในปลาน้ำจืดมากและพยาธิในปลาดิบน้ำเค็มก็มีความรุนแรงน้อยกว่าด้วยนอกจากนี้ ปลาดิบที่นำมาประกอบอาหารญี่ปุ่นมักจะทำจากปลาน้ำเค็ม
‘‘อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งชะล่าใจว่ากินปลาดิบน้ำเค็มจะปลอดภัย 100% พยาธิอะนิซาคิส ถึงแม้ไม่พบบ่อย ไม่ถึง10 รายต่อปี ในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ก็ก่อความรุนแรงได้มาก พยาธิอะนิซาคิส (Anisakis simplex) เป็นพยาธิที่พบในปลาทะเลเขตอบอุ่น และเขตร้อน ในประเทศไทยตรวจพบ ตัวอ่อนของพยาธิชนิดนี้ในปลามากกว่า 20 ชนิดเช่น ปลาดาบเงิน ปลาตาหวาน ปลาสีกุน เป็นต้น ระยะตัวอ่อน ที่ติดต่อสู่คนจะอยู่ในอวัยวะภายในช่องท้องของปลาทะเล มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ บริเวณปากจะมีหนามขนาดเล็ก บริเวณปลายหางจะมีส่วนแหลมยื่นออกมา พยาธิชนิดนี้จะใช้หนามขนาดเล็กและใช้ปลายหางแหลมใน
การไชผ่านเนื้อเยื่อต่างๆเมื่อพยาธิชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายทำให้เกิดแผลขนาดเล็ก และอาจทำให้มีเลือดออกในกระเพาะอาหารได้ ส่งผลให้ผู้ที่มีพยาธิชนิดนี้ในกระเพาะอาหารและลำไส้ มีอาการปวดท้อง แน่นท้อง คลื่นไส้ ท้องอืด อาการมักไม่เฉพาะเจาะจงคล้ายกับอาการของโรคกระเพาะอาหาร บางรายอาจมีอาการท้องเสีย หรือ ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดถ้ามีแผลในกระเพาะขนาดใหญ่ อาการมักจะเริ่มเกิดหลังรับประทานอาหารที่มีพยาธิชนิดนี้ เป็นชั่วโมง หรือเป็นวันก็ได้
การวินิจฉัย และการรักษา ทำโดยการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร ถ้าพบตัวอ่อนของพยาธิชนิดนี้ก็ใช้กล้องคีบตัวพยาธิออก พยาธิชนิดนี้ไม่สามารถตรวจพบได้ในอุจจาระ เนื่องจากมันจะเกาะติดแน่นกับกระเพาะอาหารและลำไส้
การรับประทานปลาดิบอย่างถูกวิธี ควรต้องแน่ใจว่า ปลาดิบที่นำมาทำอาหารนั้น เป็นปลาทะเล เพราะบางครั้งผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ นำปลาน้ำจืดหลายชนิดมาทำอาหาร การแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -35 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 15 ชั่วโมง หรือต่ำกว่า -20 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 7 วัน หรือผ่านความร้อนมากกว่า 60 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 5 นาที ก่อนการประกอบอาหารจะทำให้พยาธิชนิดนี้ตายได้
Monday, July 30, 2007
10 พฤติกรรมที่ทำให้เป็นโรคสมองฝ่อเร็ว

1. ไม่ทานอาหารเช้า หลายคนคิดว่าไม่ทานอาหารเช้า แล้วจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่นี่จะเป็นสาเหตุให้สารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองเสื่อม
2. กินอาหารมากเกินไป การกินมากเกินไปจะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว เป็นสาเหตุให้เกิดโรคความจำสั้น
3. การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุที่ทำให้เป็นโรคสมองฝ่อและโรคอัลไซเมอร์
4. ทานของหวานมากเกินไป จะไปขัดขวางการดูดกลืนโปรตีนและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เป็นสาเหตุของการขาดสารอาหารและขัดขวางการพัฒนาของสมอง
5. มลภาวะ สมองเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกาย การสูดเอาอากาศที่เป็นมลภาวะเข้าไปจะทำให้ออกซิเจนในสมองมีน้อยส่งผลให้ประสิทธิภาพของสมองลดลง

6. การอดนอน การนอนหลับจะทำให้สมองได้พักผ่อน การอดนอนเป็นเวลานานจะทำให้เซลล์สมองตายได้
7. นอนคลุมโปง จะเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้นและลดออกซิเจนให้น้อยลงส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง
8. ใช้สมองในขณะที่ไม่สบาย การทำงานหรือเรียนขณะที่กำลังป่วย จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลงเหมือนกับการทำร้ายสมองไปในตัว
9. ขาดการใช้ความคิด การคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมอง การขาดการใช้ความคิดจะทำให้สมองฝ่อ
10. เป็นคนไม่ค่อยพูด ทักษะทางการพูดจะเป็นตัวแสดงถึงประสิทธิภาพของสมอง
น้ำตาลแฝงในน้ำผลไม้อาจเกิดอันตรายได้

โฆษก สธ.ออกโรงเตือนอันตรายน้ำผลไม้บางยี่ห้อซึ่งมักจะเติมสารอาหารและสารเพิ่มรสชาติ ซึ่งมีโอกาสสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะน้ำผลไม้บางชนิดมีรสชาติหวานจัดที่มาจากการผสมน้ำตาล ถ้าดื่มติดต่อกันนานๆ จะก่อให้เกิดโรคอ้วนและโรคอื่นๆ ตามมาได้ แนะน้ำดื่มที่ดีที่สุดต่อสุขภาพ คือ น้ำเปล่าที่สะอาด วันหนึ่งควรดื่มประมาณ 8-10 แก้ว นายสง่า ดามาพงษ์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีข้อมูลที่น่าตกใจว่า คนไทยกินผักผลไม้น้อยมาก เฉลี่ยเพียงคนละ 275 กรัม หรือแค่ 2 ขีดกว่า ขณะที่มาตรฐานสากลกำหนดให้กินอย่างน้อยวันละ 400 กรัม หรือประมาณ 5 ทัพพี ทั้งที่ผลไม้สดมีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีวิตามิน แร่ธาตุ สร้างภูมิคุ้มกันโรค มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง และยังอุดมไปด้วยใยอาหารที่ร่างกายจะขาดไม่ได้ โดยการกินผลไม้เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์เต็มที่ แนะนำให้กินผลไม้สด หากเป็นหลังเก็บใหม่ๆ ยิ่งดี เพราะจะได้รับวิตามินในผลไม้มากที่สุด และหากกินผักผลไม้สดวันละ 500 กรัมเป็นประจำ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งที่อวัยวะต่างๆ ได้ ร้อยละ 20
ส่วนการรณรงค์ให้คนไทยดื่มน้ำผลไม้ โฆษก สธ.กล่าวว่า เป็นเพียงการปรับพฤติกรรมจากการเคยดื่มน้ำเปล่าไปดื่มน้ำผลไม้เท่านั้น ขณะที่ผลดีต่อสุขภาพจะน้อยกว่ากินผลไม้สด จึงขอให้ใช้ความรอบคอบในการรณรงค์ว่าจะเกิดผลคุ้มค่าหรือไม่ การแปรรูปผลไม้ที่เหลือจากการกินสดเพื่อเป็นน้ำผลไม้นั้น ควรส่งเสริมเพื่อส่งออกไปยังประเทศที่มีวัฒนธรรม และค่านิยมดื่มน้ำผลไม้แทนน้ำเปล่า
นายสง่า กล่าวเพิ่มเติมว่า น้ำผลไม้ที่วางขายอยู่ท้องตลาดมีกรรมวิธีการผลิต 2 รูปแบบ คือการคั้นด้วยมือแล้วบรรจุขวดและการผลิตผ่านโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งมักจะเติมสารอาหารและสารเพิ่มรสชาติ ซึ่งมีโอกาสสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะวิตามินต่างๆ ไปมาก ที่ประชาชนควรระมัดระวังให้มากคือ น้ำผลไม้บางชนิดมีรสชาติที่เข้มข้น โดยเฉพาะรสหวานจัดที่มาจากการผสมน้ำตาล ถ้าดื่มติดต่อกันนานๆ จะก่อให้เกิดโรคอ้วนและโรคอื่นๆ ตามมาได้ รวมทั้งให้เสียโอกาสที่จะได้สารอาหารและใยอาหารไปโดยไม่จำเป็น นักวิชาการด้านโภชนาการส่วนมากเห็นพ้องต้องกันว่า น้ำดื่มที่ดีที่สุดต่อสุขภาพ คือ น้ำเปล่าที่สะอาด วันหนึ่งควรดื่มประมาณ 8-10 แก้ว
ส่วนการรณรงค์ให้คนไทยดื่มน้ำผลไม้ โฆษก สธ.กล่าวว่า เป็นเพียงการปรับพฤติกรรมจากการเคยดื่มน้ำเปล่าไปดื่มน้ำผลไม้เท่านั้น ขณะที่ผลดีต่อสุขภาพจะน้อยกว่ากินผลไม้สด จึงขอให้ใช้ความรอบคอบในการรณรงค์ว่าจะเกิดผลคุ้มค่าหรือไม่ การแปรรูปผลไม้ที่เหลือจากการกินสดเพื่อเป็นน้ำผลไม้นั้น ควรส่งเสริมเพื่อส่งออกไปยังประเทศที่มีวัฒนธรรม และค่านิยมดื่มน้ำผลไม้แทนน้ำเปล่า
นายสง่า กล่าวเพิ่มเติมว่า น้ำผลไม้ที่วางขายอยู่ท้องตลาดมีกรรมวิธีการผลิต 2 รูปแบบ คือการคั้นด้วยมือแล้วบรรจุขวดและการผลิตผ่านโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งมักจะเติมสารอาหารและสารเพิ่มรสชาติ ซึ่งมีโอกาสสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะวิตามินต่างๆ ไปมาก ที่ประชาชนควรระมัดระวังให้มากคือ น้ำผลไม้บางชนิดมีรสชาติที่เข้มข้น โดยเฉพาะรสหวานจัดที่มาจากการผสมน้ำตาล ถ้าดื่มติดต่อกันนานๆ จะก่อให้เกิดโรคอ้วนและโรคอื่นๆ ตามมาได้ รวมทั้งให้เสียโอกาสที่จะได้สารอาหารและใยอาหารไปโดยไม่จำเป็น นักวิชาการด้านโภชนาการส่วนมากเห็นพ้องต้องกันว่า น้ำดื่มที่ดีที่สุดต่อสุขภาพ คือ น้ำเปล่าที่สะอาด วันหนึ่งควรดื่มประมาณ 8-10 แก้ว

Subscribe to:
Posts (Atom)
